คุณวชิระชัย คูนำวัฒนา
  • 15 September 2020 at 18:37
  • 119
  • 0

 

คุณวชิระชัย คูนำวัฒนา

Head of Living Solution Business

ในธุรกิจซีเมนต์-ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง เอสซีจี

 

ปัจจุบัน : Head of Living Solution Business ในธุรกิจซีเมนต์-ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง เอสซีจี โดยพัฒนาธุรกิจใหม่ที่ช่วยพัฒนาและยกระดับที่อยู่อาศัยด้วยโซลูชั่นที่มีศักยภาพ ที่มุ่งเน้นด้าน Eco และ Well-being เพื่อส่งมอบคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับผู้อยู่อาศัยและชุมชนโดยรอบ

ประสบการณ์การทำงาน : ตลอดระยะเวลา 29 ปี ภายใต้ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ เอสซีจี ได้ดูแลงานหลากหลายด้าน ทั้งด้านการเงิน การวางแผนกลยุทธ์ และการพัฒนาธุรกิจใหม่ 

 

 

 

แนวคิดการบริหารงาน

SCG Living Solution Business เดินหน้าบริหารและพัฒนาธุรกิจใหม่ เพื่อยกระดับการให้บริการ และส่งมอบโซลูชั่น เกี่ยวกับ ‘Living’ หรือการใช้ชีวิตทั้งผู้อยู่อาศัย อาคารสิ่งปลูกสร้าง ตลอดจนชุมชนและสิ่งแวดล้อมโดยรอบอย่างเป็น Eco-system โดยมีแนวทางการทำงานในรูปแบบสตาร์ทอัพ โฟกัสธุรกิจเพื่อสร้างคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้นให้กับลูกค้า

 

โดยมุ่งมั่นในการริเริ่มพัฒนาแนวคิดและความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง ประกอบกับการให้คำปรึกษาด้านการออกแบบและรับรองมาตรฐานอาคารอย่างเชี่ยวชาญด้วยประสบการณ์ทำงานอย่างมืออาชีพ เพื่อการอยู่อาศัยอย่างมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของคนในสังคม

 

SCG Building & Living Care Consulting

ธุรกิจบริการให้คำปรึกษาด้านสิ่งปลูกสร้างโดยผู้เชี่ยวชาญ เพื่อยกระดับมาตรฐานการก่อสร้าง ไปสู่อาคารที่ลดการใช้พลังงานและทรัพยากรธรรมชาติในขั้นตอนการก่อสร้างและการใช้งาน รวมไปถึงอาคารที่มีการคำนึงถึงการมีสุขภาวะที่ดีของคนที่อยู่อาศัยในอาคารเองและชุมชมโดยรอบ และเหมาะสมกับการอยู่อาศัยเพื่อคนทุกวัย โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุที่จะเป็นกลุ่มประชากรหลักของประเทศ ด้วยบริการให้คำปรึกษาสำหรับการพัฒนาและปรับปรุงแนวทางการก่อสร้างอาคารตามมาตรฐานต่าง ๆ ได้แก่

 

1.       บริการให้คำปรึกษาเพื่อขอรับรองมาตรฐานอาคารเขียว (Green Building) ตามมาตรฐาน LEED / DGNB / TREES และ BEC ให้ความสำคัญกับการออกแบบอาคารที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในด้านต่าง ๆ อาทิ มีพื้นที่สีเขียวมากกว่าอาคารทั่วไป วัสดุที่ใช้ในการก่อสร้างอาคารที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างคุ้มค่า

 

 

2.       บริการให้คำปรึกษาเพื่อขอรับรองมาตรฐานอาคารเพื่อการมีสุขภาวะที่ดี (Well-Being Building) ตามมาตรฐาน fitwel และ WELL ให้ความสำคัญกับการออกแบบอาคารเพื่อสุขภาวะที่ดีของผู้ใช้อาคาร เพิ่ม Productivity ในการทำงานและลดค่าใช้จ่ายในการดูแลสุขภาพของคนในอาคาร

 

 

3.       บริการให้คำปรึกษาเพื่อทำอาคารประหยัดพลังงาน ที่มีการวิเคราะห์และปรับปรุงประสิทธิภาพด้านพลังงาน (Energy Management Service) เพื่อประโยชน์สูงสุดในการบริหารจัดการพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพให้กับอาคาร ด้วยการมีระบบการควบคุมการใช้พลังงานและทรัพยากรต่างๆ ที่เพิ่มความคุ้มค่าและช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน รวมถึงรักษาและยืดอายุการใช้งานของอุปกรณ์และระบบต่าง ๆ

 

 

4.       บริการออกแบบและปรึกษาอาคารเพื่อผู้สูงอายุและคนทุกวัย (Universal Design) โดยผู้เชี่ยวชาญที่มี         องค์ความรู้เฉพาะทาง และมีหลักการของงานวิจัยมารองรับ ทำให้ได้โครงการที่สร้างคุณภาพชีวิตที่ดีแก่ผู้ใช้อาคารโดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุ

 

 

ตัวอย่างเคสที่น่าสนใจ

SET x fitwel Certificate

-          ตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้รับการรับรองอาคารเพื่อคุณภาพชีวิตของผู้ใช้งาน ‘fitwel’ ของสหรัฐอเมริกา มาตรฐาน fitwel V2.1 ระดับ 3 ดาว หมวด Single-Tenant Building เป็นแห่งแรกในเอเชีย ด้วยคะแนนสูงสุดของโลก สะท้อนการออกแบบและบริหารจัดการอาคารที่ใส่ใจต่อสุขภาวะของพนักงานและผู้ใช้บริการ

-          รางวัล Best in Building Health 2020 จาก Center for Active Design (CfAD) ซึ่งเป็นผู้ออกมาตรฐาน fitwel

-          ประเทศไทยให้ความสำคัญกับอาคารเขียว โดยในปัจจุบันให้ความสนใจและตื่นตัวในเรื่องของสุขภาพ (Well-being) สุขภาพกายใจ (Health Impact) และสุขอนามัย (Hygiene) มากขึ้นหลังวิกฤตการณ์ COVID-19 ที่ผ่านมา

-          ซึ่งในปัจจุบันได้ Asia’s advisory council ของ ‘fitwel’ เป็นรายแรกและรายเดียวในประเทศไทย

 

 

รายละเอียด ‘fitwel’ เพิ่มเติม

fitwel ริเริ่มโดย กรมควบคุมโรคสหรัฐอเมริกา (CDC) และดำเนินการโดย Center for Active Design (CfAD) ซึ่งเป็นองค์กรตรวจประเมินและจัดอันดับอาคารเพื่อคุณภาพชีวิตผู้ใช้งาน พิจารณามิติด้านการส่งเสริมสุขภาวะที่ดีของผู้ใช้งาน แบ่งออกเป็น 7 ด้าน คือ

 

 

1.       การส่งเสริมกิจกรรมเคลื่อนไหวร่างกาย (Physical Activity)

2.       ผู้ใช้งานมีความปลอดภัยจากอุบัติเหตุ อาชญากรรม และการติดเชื้อ (Promote Occupant Safety)

3.       ลดอัตราการป่วยและขาดงานจากปัญหาสุขภาพ (Reduce Morbidity and Absenteeism)

4.       เป็นมิตรต่อการใช้งานของคนทุกกลุ่ม (Support Social Equity)

5.       สร้างสุขภาวะที่ดีในพื้นที่ใช้งาน (Instill Feelings of Wellbeing)

6.       เสริมสร้างความสัมพันธ์กับชุมชนโดยรอบ (Impact Surrounding Community Health)

7.       มีทางเลือกอาหารเพื่อสุขภาพ (Provide Healthy Food Options) โดยในแต่ละปีมีอาคารทั่วโลกเข้ารับการประเมินกว่า 500 อาคาร และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จากอัตราการเติบโตของมาตรฐานที่ 80 -100% ต่อปี

 

Smart Building Solution

ธุรกิจบริการด้านโซลูชั่นงานระบบวิศวกรรมอาคารแบบครบวงจร เป็น System Integrator หรือ ผู้ทำหน้าที่ส่งมอบโซลูชั่นด้วยเทคโนโลยีตามที่เจ้าของอาคารต้องการและเชื่อมต่อการทำงานต่าง ๆ ตามความต้องการที่หลากหลายเข้าด้วยกัน                โดยให้บริการออกแบบและติดตั้งเทคโนโลยีหมวดพลังงานในอาคาร ปรับปรุงคุณภาพอากาศภายในอาคาร (Indoor Air Quality) รวมทั้งเทคโนโลยีเพื่ออาคารอัจฉริยะ (Smart Building) ด้วยอุปกรณ์ Internet of Things (IoT) โดยเฉพาะเทคโนโลยีในส่วนของระบบปรับอากาศและระบายอากาศ (HVAC: Heating, Ventilation, and Air Conditioning) ซึ่งมักมีสัดส่วนการใช้พลังงานมากที่สุด เพื่อผลประโยชน์ในลดการใช้และค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน เพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานของอาคารให้สูงขึ้น สร้างประสบการณ์ของผู้ใช้งานที่ดียิ่งขึ้นด้วยการยกระดับคุณภาพอากาศภายในอาคาร เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทางธุรกิจของเจ้าของอาคารและปรับตัวธุรกิจให้ทันตามกระแสโลกยุคดิจิตอล

 

นอกจากนี้ยังมีการพัฒนาและคัดสรรเทคโนโลยีระดับโลกนำมาใช้ในการปรับปรุงคุณภาพการอยู่อาศัยภายในอาคาร ทำให้มีคุณภาพอากาศที่ดี ปลอดภัย และประหยัดพลังงาน และยังทำหน้าที่เป็น System Integrator พัฒนางานระบบให้ลูกค้า     อย่างเป็น Solution ทั้งการปรับปรุงอาคารเก่าให้มีประสิทธิภาพที่ดีขึ้นเพื่อแข่งขันกับอาคารใหม่ ๆ  และสามารถใช้ได้กับอาคารสร้างใหม่ ช่วยลดค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่จะเกิดในอนาคต

 

เทคโนโลยีที่ได้นำมาพัฒนาโซลูชั่น ได้แก่

1.       Energy WELL Series

 

 

ระบบที่ช่วยลดพลังงานในการปรับอากาศและปรับปรุงสภาพอากาศในเวลาเดียวกันด้วยวิธีการใหม่ ถือเป็น HVAC industrial game changer ได้รางวัล ASHRAE Innovation award product of the year ในปี 2019 โดยระบบสามารถดักจับก๊าซเสีย เช่น ก๊าซ CO2 และ indoor pollutant มากกว่า 30 ชนิด และระบบอากาศหมุนเวียนกลายเป็นอากาศสะอาดเทียบเท่าหรือดีกว่าอากาศภายนอก ทั้งยังลดพลังงานจากระบบปรับอากาศด้วยการลดปริมาณการเติมอากาศร้อนชื้นจากภายนอก

 

2.       Energy CARE Series

 

 

การใช้เทคโนโลยี Digital และ IoT แบบไร้สาย มาช่วยให้เจ้าของอาคารและผู้ดูแลอาคาร จัดการควบคุมกับเครื่องปรับอากาศในอาคาร ช่วยประหยัดพลังงาน

 

3.       INTELL Series

 

 

การใช้เทคโนโลยี Sensor และ IoT แบบไร้สายกำลังส่งสูง เพื่อรับส่งสัญญาณ wireless sensors ในอาคารแบบอัตโนมัติ เพื่อรับส่งค่าต่าง ๆ แบบ real-time เพื่อให้ผู้ที่เกี่ยวข้องสามารถนำข้อมูลไปวิเคราะห์ บริหารอาคารได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

4.       HYGIENE Series

 

 

การปรับปรุงและยกระดับคุณภาพอากาศภายในอาคารให้สะอาดจากเชื้อโรค โดยการใช้เทคโนโลยี Bi-polar Ionization System เข้ามาจัดการคุณภาพอากาศที่ส่งผลต่อสุขภาพ ลดเชื้อโรคในอากาศ ทั้งไวรัส แบคทีเรีย หรือฝุ่น PM 2.5 เพื่อคุณภาพชีวิตและความปลอดภัยของผู้ใช้งานภายในอาคารได้อย่างมั่นใจ

 

ตัวอย่างการนำนวัตกรรมและโซลูชั่นไปใช้ประโยชน์

-          ผู้ประกอบการต้องการลดค่าใช้จ่ายอย่างเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ในทุก ๆ ทาง โดยเฉพาะ CAPEX ของธุรกิจ เช่น ส่วนของค่าใช้จ่ายเรื่องพลังงาน Facility manager / วิศวกร ในช่วงโควิดก็มีเวลาเสาะหา Solution เพื่อตอบโจทย์เรื่องการพัฒนาประสิทธิภาพของระบบต่าง ๆ ในอาคารให้ดีขึ้น ซึ่งในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ที่ผ่านมา ส่งผลให้มีคนใช้งานในอาคารมีจำนวนน้อยกว่าปกติ จึงเหมาะกับการปรับปรุง และ upgrade อาคาร

-          Remote work: Facility manager เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 ส่งผลให้คนส่วนใหญ่ประสบปัญหาไม่สามารถเข้า site งานได้ ต้องการหาระบบที่สามารถช่วย Monitor บอกข้อมูลเกี่ยวกับสถานะต่าง ๆภายในอาคาร โดยการที่ได้นำนวัตกรรมและโซลูชั่นไปใช้ประโยชน์ ทำให้แก้ไขปัญหาในส่วนนี้ได้โดยไม่ต้องไปที่ site งานเป็นต้น

 

ตัวอย่างเคสที่น่าสนใจ

-          Energy WELL Series:

Case ที่ประเทศสิงค์โปร์ Commercial Office Buildings ลูกค้าต้องการเพิ่มจำนวนคนในอาคาร จึงได้เลือกติดตั้งระบบ และสามารถเพิ่มจำนวนผู้ใช้อาคารต่อชั้นได้มากขึ้นกว่าเท่าตัว ลดรายจ่ายของเจ้าของตึกในส่วนพื้นที่เช่าใหม่

 

 

อีกทั้งคุณภาพอากาศภายในอาคารดียิ่งขึ้น เช่น ค่า CO2 ในพื้นที่ใช้งานต่ำลงมาน้อยกว่า 800 ppm ดีเทียบเท่ากับค่ามาตราฐานอาคารเขียว เป็นต้น

 

-          INTELL Series

ได้ทดสอบคุณภาพของสัญญาณระบบ Smart Building ในอาคารกลุ่ม Department Store ขนาดใหญ่ โดยตามปกติจะมีสัญญาณรบกวนจากระบบของร้านค้าและผู้เข้าใช้อาคาร ด้วยกล่องรับ-ส่งสัญญาณรวมเชื่อมต่อกับ Wireless Sensors ย่อยต่าง ๆ ได้ สามารถทะลุในแนวตั้งได้มากถึง 4-5 ชั้นโดยไม่ต้องมีกล่องรับส่งสัญญาณย่อย ส่วนในแนวราบสัญญาณครอบคลุมได้ทั่วทั้งตึกที่มีความยาวมากเป็นหลายร้อยเมตร สัญญาณสามารถส่งถึงชั้นใต้ดิน ช่วยให้ผู้ดูแลอาคารสามารถวัดค่าต่าง ๆ ที่ต้องการได้แบบไร้สาย ลด workforce ที่ต้องเดินไปวัดค่าต่าง ๆ ซ้ำทุกวัน ทั้งยังสามารถรู้ค่าต่าง ๆ ในรูปแบบ real time ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการดูแลตึก และสามารถเพิ่ม Customer Satisfaction และคาดการณ์ปัญหาต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้ล่วงหน้าได้แบบ Predictive Maintenance

 

-          Energy CARE series

อาคารคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการผังเมือง  มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

 

 

ได้ติดตั้งระบบ จากการประสบปัญหาเรื่องค่าไฟสูงขึ้นเกินการควบคุม ระบบนี้จึงช่วยลดค่าใช้จ่ายในด้านพลังงานด้วยการเปิดใช้เครื่องปรับอากาศเท่าที่มีการใช้จริง ด้วยการเชื่อมต่อการเปิด-ปิด เครื่องปรับอากาศกับระบบจองห้องของคณะ ทำให้เจ้าหน้าที่ดูแลอาคารสามารถดูสถานะต่าง ๆ ผ่านเว็บไซต์ หรือ แอพพลิเคชั่นได้ ทั้งยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานได้มากถึง 45% และเป็นหนึ่งในต้นแบบ Smart Faculty ให้กับมหาวิทยาลัยอีกด้วย